ดูแลช่องปากลูกของเราอย่างไร แล้วจะเริ่มตอนใหน

0
232

    ตั้งแต่แรกเกิดเราควร ดูแลช่องปากลูก กว่าฟันน้ำนมของลูกจะขึ้นก็เมื่อลูกอายุปีระมาณ 6 เดือน ซึ่งฟันน้ำนมจะขึ้นจนครบและอยู่ไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 11-12 ปีเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้การดูแลช่องปากและฟันของลูกให้มากที่สุด อย่าคิดว่าเดี๋ยวฟันน้ำนมก็หลุดไปไม่ต้องใส่ใจมาก “แต่จริงๆ แล้วการมีเหงือกและฟันน้ำนมที่แข็งแรง จะส่งผลให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนค่ะ เพราะฟันน้ำนมจะกันที่ไว้เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาอย่างแข็งแรง เป็นระเบียบ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลของพ่อแม่ค่ะ

ดูแลช่องปากและฟันลูก เริ่มได้ตั้งแต่แรกเกิด

 

ดูแลช่องปากลูก
รูปภาพจาก pixabay.com

การดูแลสุขภาพช่องปากเด็กจะเริ่มตอนใหน

  • เด็กแรกเกิด ช่วงแรกเกิดที่ลูกยังฟันไม่ขึ้น คุณแม่สามารถทำความสะอาดได้โดยใช้ผ้าสะอาดนุ่มๆ เช็ดทำความสะอาดเหงือกลูกเบาๆ หลังดูดนม โดยเช็ดบริเวณกระพุ้งแก้มและลิ้นด้วย และต้องมั่นใจว่าผ้าที่เช็ดสะอาดเพียงพอจะใช้กับช่องปากลูก
  • เด็ก 6 เดือน ก่อนฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ หรือเมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้วควรใช้นิ้วพันผ้าถูทำความสะอาดที่บริเวณฟันของลูกให้สะอาดเช่นเดียวกับการทำความสะอาดเหงือก ช่วงนี้ฟันลูกยังเล็กอยู่จึงยังใช้แปรงสีฟันไม่ถนัดเท่าใช้ผ้าพันนิ้วคุณแม่ค่ะ
  • เด็ก 1-3 ปี ช่วงนี้ฟันลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็กได้แล้ว คุณแม่ควรเริ่มสอนลูกแปรงฟัน โดยลองแปรงฟันให้ลูกก่อน และฝึกให้ลูกรู้จักการบ้วนน้ำก่อนที่จะให้ลูกแปรงฟันด้วยตัวเอง เพราะหากลูกเผลอกลืนยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ก็อาจส่งผลเสียกับฟันของลูกได้
  • เด็ก 3-4 ปี ลูกๆ เริ่มแปรงฟันเองได้แล้ว แต่ก็ยังต้องคอยตรวจเช็คหลังแปรงฟันทุกครั้งว่าลูกแปรงฟันสะอาดทั่วถึงหรือไม่ นอกจากนี้ควรพาลูกไปพบหมอฟันเป็นประจำเพื่อเช็คสุขภาพปากและฟัน รวมถึงรับคำแนะนำในการดูแลมาด้วยค่ะ เพราะเด็กวัยนี้ชอบกินขนมขบเคี้ยว หรือบางกิจกรรมอาจทำให้มีปัญหาฟันได้ เช่น การว่ายน้ำที่มีคลอรีน ก็อาจจะมีผลให้ลูกฟันกร่อนได้ ดังนั้นควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำค่ะ
  • เด็ก 6 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่เริ่มมีฟันแท้ขึ้นแล้ว ฟันน้ำนมอาจจะเริ่มโยกและหลุดไปได้เอง แต่หากฟันแท้ขึ้นมาแล้วฟันน้ำนมยังไม่ยอมหลุดนานเกิน 3 เดือน ควรไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษา หรือถอนฟันน้ำนมออกค่ะ เพื่อฟันแท้จะได้ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบ

การดูแลช่องปากลูกของเราอย่างไร

  • เลือกอาหาร หรือขนมที่ไม่มีน้ำตาล หรือไม่หวานให้ลูก
  • เมื่อลูกฟันขึ้นต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งคือ เช้า และ ก่อนนอน หรือแปรงฟันทุกครั้งหลังกินอาหารแล้ว
  • พาลูกไปพบหมอฟันตั้งแต่เด็กๆ และอย่าขู่เด็กให้กลัวหมอฟัน เพราะจะทำให้เด็กฝังใจจนไม่อยากไปพบหมอฟันในครั้งต่อไป
  • สอนลูกบ้วนปากและแปรงฟันให้ได้ด้วยตัวเอง เมื่อลูกสามารถบ้วนปากได้อาจเริ่มสอนให้ลูกแปรงฟันด้วยตัวเอง โดยการจับมือลูกหัดก่อน และใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว รวมทั้งเลือกยาสีฟันสำหรับเด็กที่ไม่มีฟลูออไรด์ เพราะถึงแม้ลูกจะบ้วนปากได้ แต่เวลาแปรงฟันอาจจะเผลอกลืนยาสีฟันลงไป ซึ่งการกลืนฟลูออไรด์ลงไปในเด็กเล็กอาจทำให้ฟันตกกระ หรือเป็นรอยด่างได้ค่ะ

ยาสีฟันและแปรงสีฟันสำหรับเด็กควรเลือกอย่างไร

  • พาลูกไปเลือกแปรงสีฟัน และอุปกรณ์การแปรงฟันด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้อยากแปรงฟัน
  • การเลือกแปรงสีฟันให้ลูกควรเลือกให้เหมาะกับแต่ละวัย เหมาะกับขนาดปากและฟันของลูก ขนต้องนุ่มไม่บาดเหงือก ที่จับพอเหมาะมือ ลูกสามารถจับได้ถนัดมือ
  • การเลือกยาสีฟันสำหรับลูก ควรเลือกยาสีฟันสูตรปราศจากฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันลูกเผลอกลืนยาสีฟันโดยไม่ตั้งใจ และเป็นสาเหตุของโรคฟันตกกระ โดยยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์บางชนิดจะทดแทนด้วยแคลเซียม และฟอสเฟต ที่ช่วยป้องกันฟันผุอย่างได้ผลเช่นเดียวกันค่ะ
  • เลือกยาสีฟันที่มีรสผลไม้ที่ลูกชอบ แต่ควรเลือกยาสีฟันที่มีไซลิทอล หรือสารให้ความหวานจากธรรมชาติคุณภาพสูงที่ไม่ก่อให้เกิดฟันผุแทนแซคคาริน
  • เลือกยาสีฟันที่ไม่มีสารโซเดียม ลอรีล ซัลเฟต หรือ SLS เพื่อความปลอดภัยของลูก